กติกาการเล่น

รูเลตต์ - กฎของเกม
เป้าหมายของการเล่นเกมรูเลตต์ก็คือ การพนันว่าลูกบอลจะตกลงไปในหมายเลขใดในวงล้อรูเลตต์
รูเลตต์มี 37 หมายเลข มีช่องสีต่างๆ และมีหมายเลข 0-36 โดยที่หมายเลข 0 คือสีเขียวและหมายเลขที่เหลือสลับกันระหว่างสีแดงและสีดำ คุณสามารถวางเดิมพันหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง คือกลุ่มของหมายเลข เดิมพันสีแดงหรือสีดำ หรือเดิมพันว่าเบอร์ที่ออกจะเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ก็ได้
วงล้อจะหมุนไปทางหนึ่ง ส่วนลูกบอลจะหมุนไปในทิศทางตรงข้าม เมื่อโมเมตัมของลูกบอลหมด ลูกบอลจะตกลงไปในช่องใดช่องหนึ่งของวงล้อ

ถ้าต้องการวางเดิมพัน เลือกจำนวนเงินโดยคลิกที่ชิพจากพื้นที่กองชิพ จากนั้นคลิกตำแหน่งบนโต๊ะที่คุณเองวางเดิมพันลงไป คุณสามารถเดิมพันได้หลายแบบและคุณสามารถยกเลิกการวางเดิมพันได้จนกระทั่งคุณพอใจการวางเดิมพันของตนเอง

โปรดทราบว่ามีช่วงเวลาจำกัดในการวางเดิมพัน เจ้ามือจะหมุนวงล้อและปล่อยลูกบอล จากนั้นจะมีการขานหมายเลขที่ออก แล้วจึงจะมีการจ่ายเงินให้ผู้ที่ทายถูกโดยอัตโนมัติ
ผู้เล่นสามารถเดิมพัน “วงเงิน” ได้ (แทงหมายเลขหรือกลุ่มของหมายเลข) หรือแทง “วงนอก” (แทงกลุ่มของหมายเลข สี หรือเลขคู่หรือเลขคี่)

นี่คือรายละเอียดของการเดิมพันแบบต่างๆ:

  • เต็ง – การเดิมพันหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง ถ้าหากต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในหมายเลขที่คุณต้องการเดิมพัน การเดิมพันแบบนี้จ่าย 35 ต่อ 1
  • แบ่งเดิมพัน – การเดิมพันสองหมายเลขที่อยู่ติดกัน ถ้าหากต้องการเดิมพันวิธีนี้ คุณแค่วางชิพลงไปกลางเส้นระหว่างสองหมายเลข การเดิมพันแบบนี้จ่าย 17 ต่อ 1
  • ถนน – การเดิมพันสามหมายเลขที่อยู่ติดกัน ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปที่ปลายแถวของหมายเลขชุดหนึ่ง การเดิมพันแบบนี้จ่าย 11 ต่อ 1
  • มุม – การเดิมพันสี่หมายเลขที่อยู่ติดกัน ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปที่มุมของสี่หมายเลขมาเจอกัน การเดิมพันแบบนี้จ่าย 8 ต่อ 1
  • หกเส้น – การเดิมพันหกหมายเลขที่อยู่ติดกัน ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปที่ปลายของสองแถว บริเวณที่ติดกัน การเดิมพันแบบนี้จ่าย 5 ต่อ 1
  • คอลัมน์ – การเดิมพันหมายเลขทั้งหมดในหนึ่งคอลัมน์ ถ้าหากต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในกล่องที่อยู่ด้านล่างของคอลัมน์ที่เขียนว่า “2 ต่อ 1” การเดิมพันแบบนี้จ่าย 2 ต่อ 1
  • โหล – การเดิมพันหมายเลขทั้งหมดในหมายเลข 12 ตัวที่เลือกไว้ ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในกล่องทั้งโหลที่เขียนว่า “โหลที่ 1” “โหลที่ 2” และ “โหลที่ 3” การเดิมพันแบบนี้จ่าย 2 ต่อ 1
  • แดงหรือดำ – การเดิมพันหมายเลขสีแดงหรือสีดำทั้งหมด ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในกล่องที่เขียนว่า “แดง” หรือ กล่องที่เขียนว่า “ดำ” การเดิมพันแบบนี้จ่าย 1 ต่อ 1
  • คู่หรือคี่ – การเดิมพันหมายเลขคู่หรือคี่ทั้งหมด ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในกล่องที่เขียนว่า “คี่” หรือกล่องที่เขียนว่า “คู่” เดิมพันแบบนี้จ่าย 1 ต่อ 1
  • สูงหรือต่ำ – การเดิมพันหมายเลขทั้งหมดระหว่าง 1 ถึง 18 หรือหมายเลขทั้งหมดระหว่าง 19 ถึง 26 ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ คุณแค่วางชิพลงไปในกล่องที่เขียนว่า “1-18” หรือกล่องที่เขียนว่า “19-36” การเดิมพันแบบนี้จ่าย 1 ต่อ 1
  • เพื่อนบ้าน – การเดิมพันหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งบนวงล้อบวกกับหมายเลขทางซ้ายอีกสองหมายเลขและหมายเลขทางขวาอีกสองหมายเลข ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ ให้วางชิพลงไปในหมวด “เพื่อนบ้าน” ของหมวดการเดิมพันพิเศษ การจ่ายเงินจะแตกต่างกันออกไป
  • กำพร้า – การเดิมพันหมายเลขทั้งหมดระหว่างหมายเลขศูนย์และลำดับชั้น นี่คือการเดิมพัน 5 ชิพ ถ้าต้องการเดิมพันให้วางชิพลงไปในหมวด “กำพร้า” ในช่องเดิมพันพิเศษ การจ่ายเงินจะแตกต่างกันออกไป
  • สูงสุด – การเดิมพันหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งรวมทั้งแบ่งเดิมพัน มุม ถนน และหกเส้น ตามมูลค่าสูงสุดของโต๊ะ ถ้าต้องการเดิมพันแบบนี้ใช้ชิพ “เดิมพันสูงสุด” วางลงไปในหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง การจ่ายเงินจะแตกต่างกันออกไป

แบล็คแจ็ค - กฎของเกม

เป้าหมายของเกมแบล็กแจ็กก็คือ การเอาชนะเจ้ามือโดยการทำให้ไพ่ในมือมีมูลค่ารวมใกล้ 21 ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ต้องไม่เกิน 21 หรือ “ตาย” การได้ไพ่ 21 (หรือไพ่สองใบแรกรวมกันได้ 21) จะชนะโดยอัตโนมัติ การได้ไพ่ที่รวมกันมากกว่า 21 หรือ “ตาย” แปลว่าคุณแพ้โดยอัตโนมัติ แบล็กแจ็กเวอร์ชั่นนี้ใช้ไพ่ 8 สำรับ

ก่อนอื่นคุณต้องเลือกเก้าอี้ในโต๊ะเสียก่อน วิธีการก็คือเลือกเก้าอี้ที่มีป้ายระบุว่า “นั่งที่นี่” ตัวเลขของเก้าอี้คือ 1 ถึง 7
ขั้นต่อมาคุณต้องวางเดิมพัน วิธีการก็คือเลือกชิพจากช่องธนาคาร ตามมูลค่าที่คุณต้องการเดิมพัน คลิกที่โต๊ะ และคลิก “ยืนยัน” คุณต้องวางเดิมพันและรอให้เกมดำเนินต่อไป

เมื่อเกมพร้อมที่จะเริ่มต้น เจ้ามือจะแจกไพ่สองใบให้ผู้เล่นทุกคน โดยเป็นการหงายไพ่ขึ้นทั้งสองใบและแจกไพ่อีกสองใบให้ตนเอง โดยเปิดไพ่หนึ่งใบ และปิดไพ่หนึ่งใบ ถ้าหากคุณมีคำถามใดๆ คุณสามารถพูดคุยกับเจ้ามือได้ตลอดเวลา ในช่วงที่เล่นเกมโดยใช้กล่องพูดคุย

ไพ่คิง ควีนส์ และแจ็ก มีค่าเท่ากับ 10 ไพ่เอซมีค่า 1 หรือ 11 และไพ่อื่นๆที่เหลือทั้งหมดมีค่าตามหน้าไพ่ของตนเอง ไพ่สูงสุดในมือคือ “แบล็กแจ็ก” โดยที่ไพ่สองใบแรกมีค่ารวมกันเท่ากับ 21 (ไพ่เอซบวกกันกับไพ่อีกใบที่มีค่าเท่ากับสิบ) ไพ่แบล็กแจ็กชนะอัตโนมัติและจ่าย 3 ต่อ 2 ตามเงินเดิมพันเดิมของผู้เล่น

ผู้เล่นแต่ละคนผลัดกันจัดการกับไพ่ในมือของตนเอง และเรียกที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้:

  • อยู่ - ไม่เรียกไพ่เพิ่ม
  • จั่ว – เรียกไพ่อีกหนึ่งใบ
  • แตกไพ่ – ถ้าหากไพ่สองใบมีค่าเดียวกัน คุณสามารถแตกไพ่และเล่นสองมือได้ คุณต้องวางเดิมพันอีกก้อนหนึ่ง (มูลค่าเท่ากับเดิมพันครั้งแรก) จากนั้นคุณสามารถเล่นสองมือได้จากการวางเดิมพันให้แต่ละมือ โปรดทราบว่าคุณทำแบบนี้ได้ครั้งเดียวในแต่ละเกมเท่านั้น
  • ดับเบิล – เพิ่มเดิมพันเป็นสองเท่า ตอนตัดสินใจทำแบบนี้ คุณสามารถเรียกไพ่ได้อีกหนึ่งใบเท่านั้น


เจ้ามือรอให้ผู้เล่นเล่นไพ่ที่อยู่ในมือของตนจนครบทุกคนแล้ว จากนั้นเปิดไพ่ที่คว่ำอยู่ขึ้นมา เจ้ามือต้องขอไพ่เพิ่มจนกว่าไพ่ในมือมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 17 (ถ้าหากไพ่ในมือในตอนแรกเท่ากับ 17 เจ้ามือไม่จำเป็นต้องเรียกไพ่เพิ่ม) เขาจะตรวจสอบไพ่ในมือของผู้เล่นทุกคนและจ่ายเงินให้มือที่ใกล้กับ 21 มากกว่าของตนเอง ถ้าหากไพ่ในมือของผู้เล่นและเจ้ามือเท่ากัน ถือว่า “เจ๊า” และจะมีการคืนเดิมพันทั้งหมดให้ ถ้าหากเจ้ามือ “ตาย” ผู้เล่นทุกคนจะได้เงิน

ถ้าหากไพ่ที่หงายของเจ้ามือเป็นไพ่เอซ เขา/เธอจะเสนอประกันสำหรับผู้เล่น นั่นเป็นเพราะเจ้ามือมีโอกาสสูงที่จะได้แบล็กแจ็ก การประกันจะจ่าย 2/1 ถ้าหากเจ้ามือได้แบล็กแจ็ก แต่ถ้าไม่ใช่ ผู้เล่นก็จะสูญเดิมพันการประกันนี้

บัคคาร่า - กฎของเกม

เป้าหมายของการเล่นบัคคาร่าก็คือ การคาดการณ์ว่ามือใดที่ถือไพ่มีค่าใกล้ 9 มากที่สุด ระหว่างเจ้ามือหรือผู้เล่น หรืออาจมีไพ่ที่เสมอกันก็ได้ การเล่นเกมใช้ไพ่ 8 สำรับ

ค่าของไพ่:
เอซมีค่าเท่ากับ 1
คิง ควีน แจ็ก และสิบมีค่าเท่ากับ 0
ไพ่อื่นๆที่เหลือทั้งหมดมีค่าเท่ากับหน้าไพ่ของตนเอง
ถ้าหากไพ่ที่อยู่ในมือรวมกันมีค่ามากกว่า 10 คุณต้องลบด้วย 10 จึงจะได้ค่าบัคคาร่าที่แท้จริง ฉะนั้นตัวอย่างเช่น ถ้ามีไพ่ในมือคือ 5 และ 7 ซึ่งรวมกันได้ 12 เมื่อลบ 10 แล้ว ค่าบัคคาร่าที่แท้จริงก็คือ 2
ถ้าหากไพ่ในมือรวมกันได้ 8 หรือ 9 นั่นแปลว่าคุณได้ไพ่สูงสุดแล้ว และไม่จำเป็นต้องเรียกไพ่เพิ่มอีก ถ้าหากผู้เล่นและเจ้ามือมีไพ่ค่าเท่ากัน เกมจบตรงด้วยการเสมอ

การเดิมพัน:
ถ้าต้องการวางเดิมพัน เลือกมูลค่าโดยการคลิกที่ชิพจากกองชิพ จากนั้นคลิกเลือกกลุ่ม “ผู้เล่น” “เจ้ามือ” หรือ “เสมอ” ในโต๊ะ เจ้ามือจะแจกไพ่สองใบให้กับผู้เล่นและแจกไพ่สองใบให้เจ้ามือ ถ้าหากไพ่มีมูลค่า 8 หรือ 9 จะไม่สามารถเรียกไพ่เพิ่มได้อีก มิฉะนั้นแล้ว ขึ้นอยู่กับค่าของไพ่ในแต่ละมือ เหตุการณ์ดังต่อไปนี้อาจเกิดขึ้น:

กฎการเรียกไพ่ใบที่สามสำหรับผู้เล่น:
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของผู้เล่นรวมกันได้ 1,2,3,4,5 หรือ 0 ผู้เล่นเรียกไพ่เพิ่มได้
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของผู้เล่นรวมกันได้ 6 หรือ 7 ผู้เล่นขอหยุดได้
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของผู้เล่นรวมกันได้ 8 หรือ 9 ผู้เล่นขอหยุดได้

กฎการเรียกไพ่ใบที่สามสำหรับเจ้ามือ:
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 0,1 หรือ 2 เจ้ามือเรียกไพ่เพิ่มได้
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 3 เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่สามเพิ่ม ถ้าหากไพ่ใบที่สามของผู้เล่นคือ 1,2,3,4,5,6,7,9 หรือ 0 แต่จะไม่เรียกไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นเท่ากับ 8
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 4 เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่สามเพิ่ม ถ้าหากไพ่ใบที่สามของผู้เล่นคือ 2, 3, 4, 5, 6 หรือ 7 แต่จะไม่เรียกไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นเท่ากับ 1, 8, 9 หรือ 0
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 5 เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่สามเพิ่ม ถ้าหากไพ่ใบที่สามของผู้เล่นคือ 4, 5, 6 หรือ 7, แต่จะไม่เรียกไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นเท่ากับ 1, 2, 3, 8, 9 หรือ 0
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 6 เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่สามเพิ่ม ถ้าหากไพ่ใบที่สามของผู้เล่นคือ 6 หรือ 7 แต่จะไม่เรียกไพ่เพิ่ม ถ้าไพ่ใบที่สามของผู้เล่นเท่ากับ 1, 2, 3, 4, 5, 8, 9 หรือ 0
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 7 เจ้ามือจะอยู่
ถ้าหากไพ่สองใบแรกของเจ้ามือรวมกันได้ 8 หรือ 9 เจ้ามือจะอยู่
ถ้าหากผู้เล่นอยู่ที่ 6 หรือ 7 เจ้ามือต้องเรียกไพ่สำหรับไพ่ในมือที่มีมูลค่า 0,1,2,3,4 และ 5 และอยู่ที่ 6,7,8 และ 9

การแทง
การแทง “ผู้เล่น” จ่าย 1 ต่อ 1 การแทง “เจ้ามือ” จ่าย 19 ต่อ 20 และการแทง “เสมอ” จ่าย 8 ต่อ 1
ถ้าหากไพ่ออกมาเสมอ การแทงผู้เล่นและเจ้ามือจะไม่มีการได้หรือเสียเงิน

ช่องทางการชำระเงิน

Supported Banks